Get Adobe Flash player

ผอ.พศ.


พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ผู้ว่าราชการจังหวัด


นายชัยธวัช เนียมศิริ
ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู

ผู้อำนวยการ


นายธีรเดช จันทรัตน์
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา
จังหวัดหนองบัวลำภู

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

Home

แหล่งท่องเที่ยวจังหวัด

ประวัติและแหล่งท่องเที่ยว
อำเภอเมืองหนองบัวลำภู 


 

              ปี  พ.ศ.2196 – พ.ศ.2371 ในสมัยรัชกาลที่  3  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  เจ้าอนุวงษ์แห่งเวียงจันทร์เป็นกบฏ  ยกทัพมายึดเมืองนครราชสีมา  ทางกรุงเทพส่งกองทัพมาปราบ
เจ้าอนุวงษ์ได้ถอยทัพกลับมาตั้งรับที่หนองบัวลุ่มภู ต่างสู้รบกันเป็นสามารถ และติดตามขับไล่ตามจับเจ้าอนุวงษ์ได้ที่นครเวียงจันทร์ แล้วได้นำตัวไปพิจารณาโทษที่กรุงเทพฯ  ด้วยการทรมานและประจานอยู่หลายวันจึงเสียชีวิตในกรงขัง  

             ปี  พ.ศ.2433 สมัยรัชกาลที่  4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  โปรดเกล้าให้จัดระเบียบการปกครองบ้านเมืองทางลุ่มแม่น้ำโขงใหม่ โดยให้ข้าหลวงเมืองหนองคายบังคับบัญชา  ช่วงนี้เมืองหนองบัวลำภูได้ขึ้นอยู่กับเมืองหนองคาย และ โปรดเกล้าฯ  ให้แต่งตั้งข้าหลวงใหญ่ล้วนเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ  ประจำดินแดน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  3  พระองค์ คือ  กรมหลวงพิชิตปรีชากร   เป็นข้าหลวงใหญ่ประทับ ณ เมืองอุบลราชธานี เรียกว่า  “ข้าหลวงเมืองลาวกาว”   กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นข้าหลวงใหญ่ประทับ ณ เมืองหนองคาย เรียกว่า “ข้าหลวงเมืองลาวพวน” และ กรมหลวงประสิทธิ์ประสงค์  ประทับ  ณ  เมืองหลวงพระบาง  เรียกว่า  “ข้าหลวงหัวเมืองลาวพุงขาว” หนองบัวลุ่มภูขึ้นสังกัดกับหัวเมืองลาวพวน ซึ่งมีเมืองหนองคายเป็นศูนย์ กลาง พระปทุมเทวาภิบาล เป็นเจ้าเมือง  และได้แต่งตั้ง  พระวิชโยดมกมุทเขต  มาครองเมือง “นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน”  ซึ่งมีฐานะเป็นเมืองเอกและเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองใหม่ว่า  “เมืองกมุทธาสัย” 
             ปี  พ.ศ.2437  สมัยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  5  ทรงเปลี่ยนแปลงการปกครองหัวเมืองส่วนภูมิภาค  เป็นมณฑลเทศาภิบาล  และเปลี่ยนข้าหลวงใหญ่  เป็นสมุหเทศาภิบาล  ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย

            ปี  พ.ศ.2443 รัชกาลที่  5  เปลี่ยนชื่อมณฑลฝ่ายเหนือเป็นมณฑลอุดรและรวมเมืองต่างๆ        ในมณฑลอุดรเป็น  5  บริเวณ  คือ  บริเวณบ้านหมากแข้ง  บริเวณธาตุพนม บริเวณสกลนคร  บริเวณพาชี  บริเวณน้ำเหือง  เมืองกมุทธาสัย  ถูกรวมอยู่ในบริเวณบ้านหมากแข้ง   ประกอบด้วย  7 เมือง  คือ  เมืองหมากแข้ง  หนองคาย  หนองหาน  กุมภวาปี  กมุทธาสัย โพนพิสัย และเมืองรัตนวาปี  ตั้งที่ว่าการอยู่ที่บริเวณบ้านหมากแข้ง

            ปี  พ.ศ.2447 ได้โปรดเกล้าฯ  ให้เปลี่ยนชื่อ  เมืองกมุทธาสัย   มาเป็น  เมืองหนองบัวลำภู  ขึ้นอยู่กับบริเวณหมากแข้ง  ปี  พ.ศ. 2450ได้โปรดเกล้าให้กระทรวงมหาดไทยรวมเมืองต่างๆ  ในบริเวณบ้านหมากแข้งตั้งเป็นเมืองจัตวา  เรียกว่า  เมืองอุดรธานี  ส่วนเมืองในสังกัดบริเวณให้มีฐานะเป็นอำเภอ  เมืองหนองบัวลำภู  จึงกลายเป็น
 อำเภอหนองบัวลำภู  โดยมี   พระวิจารณ์กมุทธกิจ  เป็นนายอำเภอคนแรก  ประกอบด้วย  4 กิ่งอำเภอ  คือ
   1.  กิ่งอำเภอโนนสัง                        เมื่อปี  พ.ศ.2491
   2.  กิ่งอำเภอศรีบุญเรือง เมื่อวันที่  16  กรกฎาคม  2508
   3.  กิ่งอำเภอนากลาง  เมื่อวันที่  16  กรกฎาคม  2508
   4.  กิ่งอำเภอสุวรรณคูหา เมื่อวันที่  17  กรกฎาคม  2508
            ปี  พ.ศ.2536  ประกาศแต่งตั้งเป็น  “จังหวัดหนองบัวลำภู”  เมื่อวันที่  1 ธันวาคม  2536  อำเภอหนองบัวลำภู จึงยกฐานะเป็น อำเภอเมืองหนองบัวลำภู  ปัจจุบันแบ่งการปกครองออกเป็น
 14  ตำบล 149 หมู่บ้าน  4 เทศบาล  มี 42 ชุมชน  ประชากร ( ปี 2549 ) 131,443  คน  แยกเป็น ชาย 66,059 คน   หญิง 65,384 คน

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 

  

                                    

                  ตั้งอยู่ที่  สนามนเรศวร   หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองหนองบัวลำภู    และอยู่ติดกับริมหนองน้ำใจกลางเมือง  ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่า  ในสมัยกรุงศรีอยุธยา  พ.ศ.  2112   ไทยเสียกรุงศรีอยุธยา
                  ครั้งที่ 1  ให้แก่พม่าตรงกับสมัยพระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์กรุงหงสาวดี   ได้มีหมายเกณฑ์ให้สมเด็จ พระมหาธรรมราชา ไปช่วยตีเมืองเวียงจันทร์    ในครั้งนี้สมเด็จพระนเรศวร ได้ร่วมเสด็จไปในกองทัพพระราชบิดาเป็นครั้งแรก สมทบกับกองทัพพม่าไปตีเมืองเวียงจันทร์  เนื่องจากพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ยกทัพไปตีเมืองญวน แล้วหายสาบสูญ พระเจ้าบุเรงนองเห็นโอกาสจึงยกทัพตีโดยให้กองทัพกรุงศรีอยุธยามาสมทบ  สมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระนเรศวร    ได้ยกทัพไปถึงหนองบัวลำภู  เมืองหน้าด่านทางใต้ของเวียงจันทร์   ขณะนั้นมีพระชนมายุได้  19  พรรษา  ครองเมืองพิษณุโลกอยู่    พระราชบิดานำกองทัพพักแรมที่หนองบัวลำภู  เนื่องจากมีทัศนียภาพที่สวยงาม  มีดอกบัวหลวงขึ้นเต็มที่หนองน้ำ มีความอุดมสมบูรณ์  เหมาะแก่การตั้งพักแรมของกองทัพที่มีจำนวนมาก  โดยใช้น้ำเพื่อดื่มเพื่อใช้  และดอกบัวหลวงก็ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา  เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่  กองทัพ เพิ่มขัวญกำลังใจในการออกศึกครั้งนี้  แต่พระนเรศวรทรงประชวรเป็นไข้ทรพิษระหว่างเดินทัพ       พระเจ้าบุเรงนองเห็นว่าสงครามจวนจะเสร็จสิ้นจึงอนุญาติให้กลับไปรักษาพระองค์ ที่กรุงศรีอยุธยา   การที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ได้เคยเสด็จมาประทับแรมที่เมืองหนองบัวลำภูเมื่อ  พ.ศ.2117นั้น ทำให้ชื่อเมืองหนองบัวลำภูได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทย ดังนั้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ  วีรกษัตริย์ไทย  พระยาอุดรธานี
ศรีโขมสาครเขต (จิต  จิตตยโสธร) อดีตเจ้าเมืองอุดรธานีได้ร่วมใจกับชาวหนองบัวลำภู  สร้างศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไว้  ณ  ด้านตะวันออกริมฝั่งหนองบัวลำภู  และสร้างรูปเหมือนสมเด็จ
พระนเรศวรมหาราช  ประทับยืน  พระหัตถ์ซ้ายทรงพระแสงดาบ  ที่ออกแบบโดยช่างกรมศิลปากร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้
เมื่อวันที่  25 มกราคม  2511 หลังจากนั้น  ทุกปี  ชาวจังหวัดหนองบัวลำภูจะจัดงานพระราชพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน  เรียกว่า  “งานบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”


ศาลหลักเมืองหนองบัวลำภู (ศาลพระวอ-พระตา)

          ศาลหลักเมือง  เป็นศาลพระวอและพระตา  ผู้สร้างเมืองหนองบัวลำภู ตามประวัติศาสตร์  กล่าวว่า พระวอและพระตา  เป็นพี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน  และ พระตาได้ถูกกองทัพพม่าและกองทัพเวียงจันทร์ ฆ่าตายในสนามรบ ที่เมืองหนองบัวลุ่มภูแห่งนี้ ศาลหลักเมืองได้ทำการก่อสร้างขึ้น  เพื่อ เป็นอนุสรณ์และรำลึกถึงคุณงามความดีของพระวอพระตา  ผู้มาสร้างบ้านแปลงเมืองหนองบัวลุ่มภู  ซึ่งมีลักษณะของศาลเป็นศาลาจัตุรมุขทรงไทย   มีขนาดและสัดส่วนสวยงามมาก  รูปแบบของการ  ก่อสร้างเป็นแบบภาคกลาง  จึงมีความวิจิตรเป็นพิเศษ  ในบริเวณมีต้นมะขามขนาดใหญ่  และต้นหมากผู้ขนาด  6 คนโอบ  ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองทางด้านทิศตะวันตก  หน้าศาลจะมีถนนตรงไปยังโฮงเจ้าเมืองหนองบัวลำภู (จวนเจ้าเมืองเดิม)  ซึ่งอยู่ห่างจากศาลหลักเมืองไปประมาณ 50 เมตร จะมีเนินดินและต้นมะขามขนาดเดียวกัน กับที่ศาลหลักเมืองเป็นที่สังเกต  เนื้อที่ประมาณ  2  ไร่  ปัจจุบันไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ  ชาวเมืองเล่าว่า  เจ้าที่แข็ง  จึงไม่มีใครกล้าปลูกบ้านเรือนที่อยู่อาศัย

วัดศรีคูณเมือง

 

             วัดศรีคูณเมือง  เดิมชื่อ  “วัดคนชุมน้ำออกบ่อ”  ปัจจุบันตั้งอยู่ที่วัดบ้านเหนือ  ถนนวรราชภักดี     หมู่ที่ 5 ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย สร้างเมื่อปี พ.ศ.2310  เดิมเป็นวัดโบราณที่สร้างในสมัยที่ดินแดนแถบบนนี้เป็นที่อยู่ของชาติขอม  ละว้า  และลาว มีซากอุโบสถ์เก่าแก่  มีใบเสมาหินเป็นหินภูเขา  ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปอยู่ในสถูปเรียกว่า  “หลวงพ่อพระไชยเชษฐา”

ศาลเจ้าปู่หลุบ 

  

  
             ตั้งอยู่บริเวณดอนหัน   บ้านห้วยเชียง   ริมถนน หนองบัวลำภู-อุดรธานี  ทางหลวงหมายเลข  210  จากตัวเมืองไปทางจังหวัดอุดรธานี  ประมาณ  3  กิโลเมตร  “ปู่หลุบ” เป็นที่เคารพ และศรัทธาของ  ประชาชนทั่วไป  เวลาขับรถยนต์และรถจักยานยนต์  ผ่านเส้นทางสายนี้  จะบีบแตรสามครั้ง  เพื่อขอให้  เดินทางด้วยความปลอดภัยและประสบโชคดีบางที มีคนไปบนบานศาลกล่าวเพื่อขอให้ปู่หลุบได้ช่วยเหลือ เมื่อประสบผลสำเร็จแล้ว ก็จะนำเหล้าไหไก่โตหรือไม่ก็หัวหมูไปถวายเป็นการแก้บน  บางทีก็นำหมอลำชิ่ง  หมอลำเพลิน และภาพยนต์ไปแก้บนในเวลากลางวัน

หอยหิน  150 ล้านปี

  

                หอยหิน  150  ล้านปี   ตั้งอยู่ที่เทือกเขาภูพานคำ บ้านห้วยเดื่อ   ตำบลโนนทัน   อำเภอเมือง
หนองบัวลำภู อยู่ใกล้ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลโนนทัน  เป็นซากฟอสซิลของหอยประเภทไทโกนิออยดิส เป็นชั้นหอยที่มีฟอสซิลอยู่  หนาประมาณ  1.50  เมตร  จากการศึกษาพบว่า ฟอสซิลดังกล่าวเป็น  “หอยกาบคู่”  อยู่ในยุคจูราสสิคตอนปลาย  อายุประมาณ  145 – 157  ล้านปี  บริเวณดังกล่าวสันนิษฐานว่าอาจเคยเป็นทะเล  แต่เมื่อสภาวะโลกมีการเปลี่ยนแปลงยุบหดตัว
ทำให้กลายเป็นพื้นที่สูง  และในสถานที่เดียวกันได้มีการขุดพบซากฟอสซิลของไดโนเสาร์ ประเภทไซโลพอด  เช่น  กระดูกแผ่นอก  กระดูกสะโพก 
   องค์การบริหารส่วนตำบลโนนทัน  ได้รับงบประมาณจากจังหวัดหนองบัวลำภู  มาจัดทำพิพิธภัณฑ์  โดยแบ่งอาคารออกเป็น  2  อาคาร  เพื่อจัดแสดงซากฟอสซิล  ข้อมูลด้าน
วัฒนธรรม  และการท่องเที่ยวของจังหวัด  ปัจจุบัน ได้มีการฝึกอบรมและจัดทำโครงการมัคคุเทศก์น้อยในโรงเรียนขึ้น  เพื่อให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชม  พร้อมทั้งส่งเสริมอาชีพในท้องถิ่น
เพื่อให้มีรายได้ด้วย

 ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  แห่งที่  2
             
 


 เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมรูป  สมเด็จพระนเรศวร   มหาราช  องค์แรกของจังหวัดหนองบัวลำภู  ทำการปั้น   โดยกรมศิลปากร เมื่อ  ปี พ.ศ.2511  จังหวัดหนองบัวลำภู                                ได้ทำการบูรณะ  และได้อัญเชิญออกไปประดิษฐานเพื่อให้                 นักท่องเที่ยวและประชาชนได้บูชาสักการะ  เมื่อวันเสาร์ที่                    8 พฤศจิกายน  2546 ศาลสมเด็จฯ  นี้  ตั้งอยู่ในบริเวณ       พิพิธภัณฑ์หอยหิน  150  ล้านปี  ที่องค์การบริหารส่วน       ตำบลโนนทัน  อำเภอเมือง      จังหวัดหนองบัวลำภู

ภูหินลาดช่อฟ้า

    
               ตั้งอยู่ที่เทือกเขาภูพานคำ  ที่บ้านภูพานคำ  ตำบลโนนทัน  อำเภอเมือง  จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นอาณาบริเวณของป่าดิบและลานหินกว้างใหญ่  ผืนป่ายังอุดมสมบูรณ์  มีความงดงามของพันธุ์ไม้ป่าชนิดต่างๆ    มีก้อนหินขนาดน้อย ใหญ่รูปร่างลักษณะแปลกตาเป็นร่องคล้ายถูกน้ำเซาะกัดกร่อนมาเป็นเวลานาน  จนก่อให้เกิดโขดหินรูปร่างคล้ายช่อฟ้า  และโพรงถ้ำ สามารถเดินชมดอกไม้ป่าที่เกาะเกี่ยวกับผนังของหิน  และสามารถมองเห็นทัศนียภาพของตัวจังหวัดหนองบัวลำภูและเขื่อนห้วยหลวง  จังหวัดอุดรธานีได้อย่างชัดเจนสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่พำนักและศูนย์บัญชาการของนิสิต  นักศึกษา  ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย  ในการต่อสู้ทางการเมือง  เมื่อปี  พ.ศ.2519 ในอดีตที่ผ่านมา  มีประวัติเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ  ในการต่อสู้และดำรงชีวิตของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ที่น่าสนใจประกอบด้วยทับต่างๆ  เช่น ทับบันเทิง  ทับสามสิบสองอ่าง  ทับถ้ำใหญ่  ทับกกบก  ทับสูง  ทับโรงแรม  ทับวิวัฒน์  ทับพยาบาล ทับซำบก  ฯลฯ  และยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง  คือ  ลานตาหมากฮ็อต  ซำนกยูง  ลานกลางภูหินลาดช่อฟ้า  ถ้ำเวที  ถ้ำวิทยุ  และถ้ำเอกสาร  นอกจากนั้นยังมีสถูปภูซาง (อนุสรณ์สถานผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย) ที่บ้านห้วยเดื่อ  ตำบลโนนทัน  เป็นสถานที่เก็บอัฐิของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย  ที่เสียชีวิตในการต่อสู้และจากการเจ็บป่วย  ประมาณสองร้อยกว่าคน ในเขตเทือกเขาภูพานคำ  จึงเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษาและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดอีกแห่งหนึ่ง

วัดถ้ำกลองเพล

 

 

             เป็นวัดป่าที่มีชื่อเสียงของจังหวัด  ในบริเวณวัดมีบรรยากาศที่ร่มรื่นและเงียบสงบ  มีถ้ำซึ่งมีกลองโบราณสองหน้า และพระพุทธรูปปางลีลาจำหลักในก้อนหิน วัดแห่งนี้เคยเป็นสถานที่วิปัสสนา กรรมฐานของหลวงปู่ขาว  อนาลโย  พระวิปัสสนาสายหลวงปู่มั่น  ภูริทัตตะเถระ  หลวงปู่ขาวเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่  28  ธันวาคม  2431   ปีชวด  ที่บ้านบ่อชะแนง  ตำบลหนองแก้ว  อำเภออำนาจเจริญ (ปัจจุบันเป็นจังหวัด)  ได้มาจำพรรษาอยู่กับธรรมชาติที่วัดถ้ำกลองเพล  เมื่อปี  พ.ศ.2501  จนกระทั่งมรณภาพในปี  พ.ศ.2526 
สิริรวมอายุได้  95  ปี  5  เดือน  อยู่ในเพศบรรพชิตถึง  57  พรรษา  พระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ขาวเมื่อวันที่  11  กุมภาพันธ์  2527 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมพิธี ปัจจุบันได้สร้างพิพิธภัณฑ์รวบรวมเครื่องอัฐบริขาร  และรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่ขาว  ไว้เป็นที่สักการบูชาของพุธศาสนิกชนทั่วไป วัดถ้ำกกลองเพลอยู่ในเขต  อำเภอเมืองหนองบัวลำภู  ริมทางหลวงหมายเลข  210  เส้นทางหนองบัวลำภู-อุดรธานี  ออกจากตัวเมืองไปทางอุดรธานี  13 กิโลเมตร  เลี้ยวขวาเข้าไปอีก  2  กิโลเมตร  สามารถเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสายหนองบัวลำภู  -  อุดรธานี

หมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาบ้านโค้งสวรรค์

   บ้านโค้งสวรรค์เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก  ขึ้นกับ ตำบลโนนทัน  อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู   เกิดจากการย้าย  ถิ่นฐานของชาวโคราช  ซึ่งได้นำวัฒนธรรมการปั้นหม้อ      มาเผยแพร่  เดิมทีเป็นพื้นที่ป่า  ชาวบ้านเรียกว่า  “มอมหาตัน”     และได้เข้ามาตั้งชุมชนครั้งแรกเมื่อ  ปี  พ.ศ.2500 โดยสภาพที่อยู่อาศัยเป็นพื้นที่ของกรมทางหลวง  และมีหนองน้ำสาธารณะที่มีดินเหนียวเหมาะแก่การปั้นหม้อ บ้านโค้งสวรรค์  มีพื้นที่ประมาณ 2,170  ไร่  ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข  210  อยู่ห่างจากจังหวัดอุดรธานี  30  กิโลเมตร  และอยู่ห่างจากจังหวัดหนองบัวลำภู  18 กิโลเมตร  มีจำนวน  58  ครัวเรือน  ประกอบอาชีพหัตถกรรมการปั้นหม้อ  42 ครัวเรือน  การปั้นหม้อของชาวบ้านจะเป็นงานหัตถกรรมที่ใช้มือและความชำนาญในการทำ  เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะในท้องที่  เครื่องปั้นดินเผาที่สำคัญ  คือ  แจกัน  แอ่งน้ำ  หม้อดินหรือหม้อแกงอ่อม  ส่วนแจกันขนาดใหญ่ช่างปั้นจะทำส่งพ่อค้าบ้านเชียง  อำเภอหนองหาน  จังหวัดอุดรธานี     เมื่อ  ปี  พ.ศ.2521 มีการนำเอาเทคโนโลยีและเทคนิคในการผลิตมาใช้มากขึ้น  มีการผลิตรูปแบบใหม่ๆ  รวมทั้งลวดลายในรูปแบบต่างๆ  ตลอดจนการเปิดเป็นร้านค้าริมทางเพื่อจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผาแก่ผู้คนที่ผ่านไปมา  จุดเด่นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง  คือ  มีการผลิตเครื่องปั้นดินเผา  ที่ทำในลักษณะของธุรกิจครัวเรือน  ที่มีตั้งแต่  ระบบการผลิต  มาจนถึงการจำหน่าย
 จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิชาการของสถานศึกษาหลายแห่ง  ทั้งในและต่างประเทศ  เกี่ยวกับภูมิปัญญาวิถีชีวิตของชาวบ้าน

ปโมทิตเจดีย์ อาคารพิพิธภัณฑ์หลวงปู่หลอด

      

             ปโมทิตเจดีย์ เป็นเจดีย์ 3 ชั้น มีขนาดกว้าง 20 เมตร ความยาว สูง 35 เมตร อยู่ที่วัดป่าศรีสว่าง  ตำบลบ้านขาม  อำเภอเมือง  จังหวัดหนองบัวลำภู  ประกอบด้วย  ชั้นที่  1  เป็นศาลาปฏิบัติธรรม
และห้องประชุม  ชั้นที่  2  เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์  ของหลวงปู่หลอด ปโมทิโต    ชั้นที่  3  เป็นที่ประดิษฐาน  พระบรมสาริกธาตุ  ซึ่งคณะญาติธรรมได้เดินทางไปที่ประเทศเนปาล  ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีมอบพระบรมสาริกธาตุ และได้นำมาประดิษฐาน  ณ  ปโมทิตเจดีย์  อำเภอเมือง  จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งญาติโยม        ผู้มีจิตรศรัทธา  ได้ร่วมกันสร้างตั้งแต่วันที่  2  พฤศจิกายน  2539 เป็นเวลาปี  รวมค่าก่อสร้าง  20,171,533  บาท เมื่อวันที่ 29  มีนาคม  พ.ศ.2546  โดยมีหลวงปู่หลอดเป็นประธานในพิธีอัญเชิญ      พระบรมสาริกธาตุ  บรรจุในปโมทิตเจดีย์  ทางวัดเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมทุกวัน  เวลา  09.00 – 16.00  น.  สำหรับพระบรมสาริกธาตุ  เปิดให้สาธุชนเข้าสักการะเฉพาะวันสำคัญทางพุทธศาสนา

หอไตรกลางน้ำวัดมหาชัย

 

       ตั้งอยู่ที่วัดมหาชัย  ตำบลหนองบัว   อำเภอเมือง   จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นสิ่งก่อสร้างสำหรับ เก็บรักษาพระไตรปิฎกคัมภีร์  ใบลาน หนังสือ  หรือเอกสารธรรมะต่างๆ  สร้าง ประมาณปี  พ.ศ. 2445 - 2450   ผู้สร้างคือ  พระอาจารย์แสง  ธัมมธีโร   เจ้าอาวาส   ถือว่าเป็นห้องสมุดสำหรับ พระภิกษุ สามเณร ลักษณะรูปทรงเป็นเรือนไม้ยกพื้นสูง  กั้นฝา  มีระเบียงและลูกกรงกั้นรอบๆ  หลังคาแบบเดิมจะมุงด้วยแผ่นไม้       ก่อสร้างอยู่กลางสระน้ำ  เพื่อป้องกันมอดปลวกหรือแมลงต่างๆ  ติดกับฝั่งโดยใช้สะพานชักเพื่อมิให้มีสิ่งเชื่อมต่อ  ระหว่างฝั่งกับหอไตร


                                   แหล่งท่องเที่ยวภูพานน้อย

 ตั้งอยู่ที่ บนภูพานน้อย  ต.โนนทัน  อ.เมืองหนองบัวลำภู  เป็นสถานที่ท่องเที่ยงเชิงนิเวศที่กำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ทางธรรมชาติแก่นักเรียน นักศึกษา
 ประชาชนทั่วไป ลักษณะเป็นภูเขาที่มีป่าเต็งรัง มีสมุนไพรหลากหลายชนิด และดอกไม้ป่าสวยงามพร้อมทั้งบรรยากาศธรรมชาติอันรื่นรมย์ที่ผู้มาเยือนจะลืมไม่ลง พร้อมกันนี้ยังมีการพัฒนา
ให้เป็นสถานที่อบรม สัมมนา เข้าค่ายแคมป์ไฟและกิจกรรมสันทนาการอีกนานัปประการด้วยคำขวัญที่ว่า “ชมหมอกขาว ดูดาวบนดิน ณ ถิ่นภูพานน้อย”


    งานบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

  
 
             เมื่อปีพุทธศักราช 2511พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ได้เสด็จพระราชดำเนินมาถวายราชสักการะ  ทางราชการและชาวจังหวัดหนองบัวลำภู 
จัดให้มีพิธีบำเพ็ญกุศลและบวงสรวงสังเวยอุทิศถวาย   แด่ดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ณ  สถานที่แห่งนี้เป็นประจำทุกปีตลอดมา  งานบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
 เป็นงานที่ทางจังหวัดหนองบัวลำภูได้จัดขึ้นทุกปี  และเป็นงานกาชาดของจังหวัด  รูปแบบของกิจกรรม  ช่วงเช้าจะมีการบวงสรวง  และรำบวงสรวง  ภาคบ่ายจะมีการประกวดขบวนแห่ของ
อำเภอต่างๆ รวม 6 อำเภอของจังหวัด  จะมีการประดับตกแต่งรถและการแสดงต่างๆ ของแต่ละอำเภอ ภาคกลางคืน จะมีการแสดงของทั้งทางภาครัฐและเอกชน  และมีมหรสพสมโภชน์ตลอดทั้งงาน
  ซึ่งงานจะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 18 – 27  เดือนมกราคม  รวม 10 วัน 10 คืน ของทุกปี

                                                   
  

ศูนย์ฮอตไลน์ สนง.พศ




ตอน ซื้อสิทธิขายเสียง

ตอน โกงข้อสอบ

ตอน หัวหน้าพาโกง

ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง

การเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมฯ